ก.ค. 14, 2008

สาวประเภทสอง 3 คน, น้ำตกแห่งหนึ่ง และหนึ่งชุดวิวาห์ : การถ่ายแบบที่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

“เราลองไปถ่ายแบบนอกกรุงเทพฯกันดูไหม” วันหนึ่งผมถามเมย์

“ไปสิ! ไปถ่ายแบบที่ฮาวายกัน เดี๋ยวฉันจะเริ่มเก็บของเลย” เมย์กล่าวในขณะที่เธอกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“เอ่อ...ผมแค่คิดว่าเราจะไปถ่ายแบบกันนอกเมือง แบบที่สามารถขับรถไปได้สองชั่วโมงอย่างนั้นมากกว่าน่ะ” ผมตอบเธอ

“โอเค ขอให้สนุกละกัน แล้วเจอกันตอนคุณกลับมา” เธอตอบผม และเดินออกไปอย่างผิดหวัง

ถึงแม้ว่านั่นจะไม่ใช่ปฏิกิริยาที่ผมคาดหวังไว้ แต่ในที่สุดผมก็สามารถโน้มน้าวให้เมย์ แฟนสาวประเภทสองของผม มาช่วยในการถ่ายแบบซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลก นั่นคือการถ่ายแบบสาวประเภทสองในที่สาธารณะ

ผมเลือกนางแบบที่แสนวิเศษด้วยกัน 3 คน คือ ออม เอ และแพสซี่ จากเพื่อนๆของผม เพื่อการถ่ายแบบในครั้งนี้ นอกจากพวกเธอจะเป็นนางแบบที่ดูดีแล้ว พวกเธอยังชอบที่จะผจญภัย และยังเป็นคนสนุกที่ได้ร่วมงานด้วยอีกด้วย เราเลือกที่จะไปถ่ายแบบกันที่วนอุทยาแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งสามารถขับรถไปได้จากกรุงเทพฯ โดยใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง สถานที่นั้นค่อนข้างขรุขระในบางแห่ง และเราจะถ่ายแบบกันตั้งแต่เช้ายันเย็น บางครั้งก็ถ่ายแบบกันท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา

“ดูลิงนั่นสิ!” เอกล่าวขึ้น ขณะที่เราขับรถขึ้นไปตามถนนที่แคบ ชัน และเต็มไปด้วยฝูงลิง

“เหมือนซิกกี้เลยเนอะ” เมย์กล่าวขึ้นมา ผมบอกได้เลยว่ามันจะต้องเป็นวันที่ยาวนานแน่ๆ นี่แหละนะ ชีวิตของช่างภาพสาวประเภทสอง

ในที่สุดเราก็มาถึงจุดแรกในการถ่ายแบบ ซึ่งก็คือ สะพานเชือกข้ามแม่น้ำที่ดูค่อนข้างจะสกปรก ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมในขณะที่เราถ่ายแบบกัน พวกผู้ชายหลายๆคนจ้องเขม็งมาที่เหล่านางแบบ โดยมีบรรดาแฟนสาวของพวกเขาศอกเข้าที่ท้อง และพูดอะไรบางอย่างประมาณว่า “มองที่ฉันนี่!” ผมรู้สึกเห็นใจพวกเขาจริงๆ เพราะนางแบบของเราสวยและดูดีมาก

หลังจากที่เราถ่ายแบบบนสะพานกันเสร็จแล้ว เราย้ายไปถ่ายกันในทุ่งโล่ง ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวกว่า ผมเรียกทุ่งนี้ว่า “ทุ่งนางฟ้า” เพราะว่ามีการใช้ปีกในรูปหนึ่ง ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ของอุทยานเดินเข้ามา ในขณะที่พวกสาวๆยังอยู่ในชุดบิกินี่กันอยู่

“ทำอะไรกันน่ะครับ” เจ้าหน้าที่ถาม

“แค่ถ่ายแบบในอุทยานที่สวยงามนี่น่ะครับ” ผมตอบกลับไปอย่างนอบน้อม

“ห้ามถ่ายภาพโป๊ที่นี่นะครับ ผมจำเป็นต้องติดตามคุณไปตลอดทั้งวันนี้นะครับ ถ้าคุณยังจะถ่ายกันต่อ...เพื่อความมั่นใจว่าคุณจะประพฤติตัวกันอย่างเหมาะสม” เขากล่าวตอบ

ผมเข้าใจล่ะ คนติดตามส่วนตัว ผู้คอยสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างตลอดเวลา ผมแอบเห็นเจ้าหน้าที่ท่านนี้ตรวจดูระดับแบตเตอรี่กล้องของเขา ในระหว่างที่เขาคุยกับเพื่อนผ่านทางโทรศัพท์ด้วยความสนุกสนานร่าเริง ไม่เป็นไรหรอกครับ มาด้วยกันเลย!

ตอนนี้เรามีสมาชิกเพิ่งขึ้นอีกหนึ่งคน และหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก 2-3 ชุด กับการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่อุทยาน เราก็ย้ายไปถ่ายที่น้ำตกเหวสุวัต ซึ่งเป็นสถานที่ต่อไปในการถ่ายแบบ โชคไม่ดีนักที่เราสามารถขับรถขึ้นไปตรงบริเวณยอดน้ำตกได้ เพราะนั่นหมายความว่าจะมีผู้คนมากมายอยู่บนบริเวณนั้น

โดยการถ่ายครั้งนี้นั้น แพสซี่จะต้องใส่ชุดวิวาห์และยืนอยู่ที่ฐานของน้ำตก มันใช้เวลาซักระยะ เพื่อทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ทำให้ชุดพอดีกับนางแบบ และให้ทุกคนยืนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ในระหว่างนั้น ไทยมุงประมาณเกือบร้อยคนก็มายืนมุงดูพวกเรา แต่จะมีอะไรที่แปลกประหลาดมากไปกว่า ฝรั่งที่ถ่ายรูปชุดวิวาห์กับกระเทยอีก 3 คน บนโขดหินของน้ำตกในที่สาธารณะ พวกไทยมุงเหล่านี้คงคิดว่าเราเป็นมนุษย์ต่างดาวจากดาวเสาร์ ขณะนั้นเองผมก็ตระหนักได้ว่า เราถูกถ่ายรูปมากกว่าภาพโนลิซ่าซะอีก แต่จะมีซักกี่ครั้งกันล่ะที่คุณจะได้ถ่ายรูปมนุษย์ต่างดาว?

สถานที่สุดท้ายที่เราไปถ่ายกัน คือในหนองน้ำ บริเวณยอดบนสุดของน้ำตก ที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่หนองน้ำซะทีเดียว แต่มันให้ความรู้สึกที่ประหลาด ว่ามันอาจจะดูสวยหรือน่าขยะแขยง

ผมรู้สึกกังวลนิดหน่อยเนื่องจากมีผู้คนมากมายมามุงดูพวกเรา ผมจึงถามเจ้าหน้าที่ที่ติดตามเรามาว่าเราสามารถถ่ายชุดบิกินี่ เหมือนอย่างที่เราถ่ายในทุ่งนางฟ้า ซึ่งเป็นที่ที่ค่อนข้างจะส่วนตัวกว่าได้หรือเปล่า เขาตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า “ได้สิ!ได้เลย! ตราบใดที่ผมยังอยู่ที่นี่ก็ถ่ายได้ครับ” ผมเฝ้ามองเขา ขณะที่เขามองหาที่ที่จะชาร์จแบตเตอรี่กล้องถ่ายภาพของเขา

และแม้ว่าผมจะตั้งชื่อให้มันว่าหนองน้ำ แต่มันก็สวยงามเหมือนดั่งภาพวาดเลยทีเดียว และมันยังสวยงามมากขึ้นไปอีกเมื่อมีสาวประเภทสองในชุดบิกินี่ทั้งสามคนอยู่ในนั้น แฟลชของกล้องยิงมาจากทุกหนแห่ง! ชาวต่างชาติเป็นผู้นำในการถ่ายภาพเลย พวกเขาถ่ายภาพไปเป็นร้อยๆภาพ ก่อนที่ผมจะกดชัตเตอร์ของกล้องตัวเองซะอีก แต่พวกเราก็ไม่ได้รังเกียจอะไร หากทุกคนสนุกสนานไปด้วย และภาพที่เราถ่ายก็ออกมาวิเศษมาก!

โดยรวมแล้ว การถ่ายแบบในครั้งนี้นั้นทั้งยอดเยี่ยมและมีเอกลักษณ์ สถานที่ถ่ายแบบนั้นก็เป็นที่ที่สนุกสนาน อย่างไรก็ตาม ผมไม่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นคำพูดได้หมด คุณควรจะไปดูรูปภาพเหล่านี้ด้วยตัวคุณเองได้ที่ http://www.silk-angels.com ในแกลเลอรี่ภาพ “Khao Yai 3” คุณอาจจะไม่เคยเห็นสาวประเภทสองในรูปแบบนี้มาก่อน แต่คุณจะได้เห็นอีกแน่นอน ผมจะเริ่มการถ่ายแบบครั้งต่อไปในอีกประมาณหนึ่งเดือน โดยจะเรียกว่าการถ่ายแบบนี้ว่า “Beach Babes 3”

To see the pics, go to: Khao Yai

พ.ค. 26, 2008

เด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง? เราไม่รู้! การกำหนดเพศและผู้ที่มีภาวะสองเพศ

“เป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงน่ะ?”

“เรายังไมรู้เหมือนกัน!”

แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่คนเป็นแม่อยากได้ยิน แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

เด็กทารกส่วนใหญ่มักจะมีเพศตามแบบหลักชีววิทยาที่เป็นปกติและเห็นสามารถได้ชัดว่าเป็นเพศชายหรือหญิง สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วนั้น นั่นหมายความว่าพวกเขาจะมีองคชาติหรือช่องคลอดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เป็นไปตามนั้นเสมอไป ที่จริงแล้ว เด็ก 1 ใน 2,000 คน จะเกิดมาพร้อมกับเพศที่มีลักษณะผิดปกติ หรือประมาณ 150,000 คนในสหรัฐอเมริกา และบางทีอาจจะประมาณ 2.5 ล้านคนทั่วโลก

แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุใดถึงไม่สามารถระบุเพศที่แน่ชัดว่าเป็นเพศชายหรือเพศหญิงให้กับทารกได้

ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในครรภ์ ตัวอ่อนจะมีเพศเป็นกลางไปจนกระทั้งถึงสัปดาห์ที่ 7 จนกว่าจะถึงเวลานั้น อวัยวะสืบพันธุ์ หรือ ต่อมเพศจะมีลักษณะเหมือนกันทุกประการทั้งเพศชายและเพศหญิง เมื่อเริ่มสัปดาห์ที่ 7 การกำหนดเพศจะเริ่มขึ้น กระทั่งสัปดาห์ที่ 9 ถึง สัปดาห์ที่ 12 อวัยวะเพศก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง การกำหนดเพศนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน มีทั้งปัจจัยที่นักวิทยาศาสตร์เข้าใจและไม่เข้าใจ

เมื่อต่อมเพศเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ฮอร์โมนที่ถูกผลิตขึ้นจะไปกระตุ้นให้อวัยวะเพศและอวัยวะที่ใช้ในการสืบพันธุ์เกิดการพัฒนา เนื่องจากในกระบวรการนี้มีความสลับซับซ้อน ส่งผลให้มีการผันแปรเกิดขึ้น เป็นผลให้บางคนมีลักษณะทางกายวิภาคที่ผิดแปลกไป(อวัยวะเพศที่สามารถมองเห็นได้) หรือแม้แต่อวัยวะสืบพันธุ์ที่ผิดปกติ

ตัวอย่างเช่น ผู้ชายบางคนมีองคชาติที่เล็กมากจนดูเหมือนกับช่องคลอดของผู้หญิง เช่นเดียวกันกับผู้หญิงบางคนที่มีปุ่มกระสันใหญ่มากจนดูเหมือนกับองคชาติของผู้ชาย ยังมีผู้ชายบางคนที่มีลูกอัณฑะที่ไม่ลงถุงอัณฑะ (ซึ่งทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้) ผู้หญิงบางคนไม่มีรังไข่ หรือแม้แต่ในกรณีที่อวัยวะสืบพันธุ์ของทั้งสองเพศ ปรากฏให้เห็นในคนคนเดียว

ความผันแปรนี้ ดำเนินต่อไปในระดับโครโมโซม ผู้ชายบางคนมีคาโรไทป์ของผู้หญิง คือ 46 XX และผู้หญิงบางคนมีคาโรไทป์ของผู้ชาย คือ 46 XY แม้แต่ในระดับพันธุกรรมก็ยังมีความแตกต่างกัน เช่น ผู้หญิงบางคนมีหน่วยพันธุกรรม SRY ของเพศชาย กล่าวสั้นๆคือ ในขณะที่เรามีภาพลักษณ์ของเพศชายหรือเพศหญิงแบบทั่วๆไปนั้น พวกเราบางคนก็ไม่ได้เป็นเหมือนกับเรา และบางทีพวกเขาอาจยังไม่รู้ตัว

คณะกรรมการโอลิมปิกเคยมีประสบการณ์กับความความผันผวนทางพันธุกรรม ในปี 1968 มีการทดสอบการระบุเพศ โดยใช้โครโมโซมคาโรไทป์ในการระบุเพศ และในปี 1992 ก็เปลี่ยนมาใช้วิธีการตรวจหาหน่วยพันธุกรรม SRY แทน แต่อย่างไรก็ตาม ในทั้งสองกรณี ผู้หญิงมันจะถูกระบุผิดเป็นเพศชาย และในทางกลับกันเ ผู้ชายก็มักจะถูกระบุเป็นเพศหญิง ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาวะทางเพศที่กลับกัน วิธีการทดสอบเหล่านี้ถูกยกเลิกไปในการแข่งขันโอลิมปิกปี 1998

ตามรายงานของสมาคมบุคคลมีลักษณะสองเพศแห่งอเมริกาเหนือนั้น ลักษณะสองเพศนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 17 สภาวะด้วยกัน ซึ่งไม่ส่งผลอันตรายร้ายแรงถึงขั้นชีวิต ยกเว้นอยู่สภาวะเดียว (Congenital Adrenal Hyperplasia คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนผิดปกติ) จากการศึกษาพบว่า คนที่มีลักษณะสองเพศส่วนใหญ่ มักจะเติบโตมามีสุขภาพกายและใจที่ดี และไม่ได้ถูกสังคมรังเกียจ ดังนั้นแล้ว จึงเป็นที่แนะนำอย่างยิ่งว่า ไม่ควรพิจารณาการตัดสินใจใช้การผ่าตัดหรือการบำบัดด้วยฮอร์โมน ยกเว้นเมื่อพวกเขาสามารถที่จะทำการตัดสินใจในสิ่งเหล่านี้เองได้

โชคไม่ดีที่มันไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป แพทย์หลายคนยังใช้ระบบการเลี้ยงดูด้วยเพศที่มีภาวะที่ดีที่สุด ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นจาก จอห์น มันนี แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ในช่วงปี 1950 โดยระบบนี้นั้น สรุปว่าเพศนั้นเป็นสิ่งที่สามารถอบรมสั่งสอนได้ ในทางปฏิบัติแล้ว มันสนับสนุนให้แพทย์ตัดสินใจเลือกเพศให้กับเด็กที่เกิดมามีอวัยวะสืบพันธุ์ที่ไม่บ่งบอกถึงเพศในทางชีววิทยาได้ โดยจะทำการการผ่าตัดก่อนที่เด็กจะมีอายุ 18 เดือน

กรณีที่โด่งดังที่สุด คือ กรณีจอห์น/โจแอน โดยเด็กทารกเพศชายชื่อว่า เดวิด ไรเมอร์ สูญเสียอวัยวะเพศชายไปจากความผิดพลาดในการผ่าตัดเพื่อขลิบหนังหุ้มปลาย เนื่องจากการมีองคชาติที่เล็กเกินไป แพทย์ของเดวิด ไรเมอร์จึงตัดสินใจเปลี่ยนเพศของเขาด้วยการผ่าตัด การบำบัดด้วยฮอร์โมน การส่งเสริมด้านจิตใจ และการส่งเสริมอบรมเลี้ยงดูของผู้ปกครอง โดยจอห์น มันนีใช้กรณีของเดวิดเป็นตัวอย่างในการพิสูจน์ความสำเร็จในทฤษฎีของเขา เมื่อเดวิดทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอดีตของเขา เขาแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเพศกลับไปเป็นผู้ชาย เดวิดฆ่าตัวตายเมื่ออายุ 38 ปี เนื่องจากสภาวะจิตใจหดหู่อย่างรุนแรง ผู้ที่ต่อต้านทฤษฎีของจอห์น มันนี ใช้กรณีนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงสิ่งที่ผิดพลาด

ดังนั้น หากแพทย์ของคุณกล่าวว่า “เรายังไม่สามารถระบุได้ว่าลูกของคุณเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง” คุณควรจะมีความสุขมากกว่าที่จะมานั่งวิตกกังวล เพราะลูกของคุณก็เกิดมาเป็นเด็กที่แข็งแรงสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ เหมือนกับเด็กที่มีสภาวะสองเพศคนอื่นๆทั่วโลก หรือแม้กระทั่งในชุมชนของคุณเอง และจงจำไว้ว่า หลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าลูกของคุณจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขได้เหมือนกับเด็กที่มีสภาวะสองเพศคนอื่นๆเช่นกัน

การผจญภัยค้นหาหน้าอกที่สวยงาม : 7 คำถามของการเสริมหน้าอกสำหรับสาวประเภทสอง

“เอาเป็นแบบใหญ่ๆสิเมย์ เหมือนมรกต มณีฉายหรือตั๊ก บงกช”

“ฉันแค่อยากได้หน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติ” เธอตอบ

“แต่คุณจะได้ซื้อบิกีนี่ที่ตัวเล็กๆ แล้วก็ผ่าลึกๆหน่อย มันคงจะดูดีมากๆ เวลาไปทะเลผมจะได้ถ่ายรูปคุณเก็บไว้ดูตอนเดินทาง แล้วก็จะได้อวดให้เพื่อนๆของผมดู” ผมพยายามโน้มน้าวเธอ

“ฮึ่มมมมม”

เสียงไม่พอใจของเธอบ่งบอกอย่างชัดเจน เธออยากได้หน้าอกที่ดูและมีขนาดเป็นธรรมชาติ แต่ยังไงผมไม่ได้ควงอยู่กับมรกต มณีฉายอยู่แล้ว ผมถอนหายใจด้วยความผิดหวัง เพราะผมหวังไว้จริงๆว่าเธอจะทำหน้าอกใหญ่ๆ แต่ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกหรือที่หวังอย่างนั้น

แล้วเราก็เริ่มการผจญภัยเพื่อค้นหาหน้าอกให้กับเมย์ สาวประเภทสองในกรุงเทพฯผู้ซึ่งเป็นแฟนสาวของผม ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ต้องการที่จะเสริมหน้าอก ผมชอบรูปร่างของเธอในแบบที่เป็นอยู่แล้ว แต่ก็ยอมที่จะทำตามที่เธอปรารถนา....ผู้ชายที่ฉลาดทุกคนคงก็ทำอย่างนั้นเช่นกัน

ผมคิดว่ามันจะเป็นอะไรที่ง่ายๆ นึกว่ามันจะใช้เวลาแค่ประมาณ 20 นาที เพราะทุกอย่างดูเหมือนๆกันไปหมด เอาซิลิโคนยัดเข้าไปก็ได้หน้าอกทันที นั่นคือสิ่งที่ผมคิด อย่างไรก็ตาม นายแพทย์อาทิ หมอท่านแรกที่เราไปพบ ก็ยิงคำถามใส่เรามากมาย

“คุณต้องการเสริมด้วยถุงเต้านมเทียมที่เป็นน้ำเกลือหรือซิลิโคน?”

“คุณต้องการเสริมด้วยถุงเต้านมเทียมแบบผิวทรายหรือแบบเรียบ?”

“คุณต้องการให้เสริมด้วยถุงเต้านมเนียมขนาดไหน?”

“คุณต้องการเสริมด้วยถุงเต้านมเทียมที่เป็นทรงหยดน้ำหรือทรงกลม?”

“คุณต้องการถุงเต้านมเทียมแบบทรงธรรมชาติ ทรงกลาง หรือทรงสูง?”

“เฮ้ คุณหมอใจเย็นก่อน!”

เราไม่เคยเห็นแม้แต่สิ่งที่จะใช้ในการเสริมหน้าอกมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องของตัวเลือกต่างๆเลย ผมคิดว่ามันจะเป็นอะไรที่ง่าย แค่บอกว่าฉันต้องการเสริมหน้าอก บอกราคาที่ต้องการ แล้วก็ออกมาเหมือนมรกต มณีฉายได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนมันจะไม่ได้เป็นเป็นแบบนั้นซะทีเดียว

“คุณต้องการผ่าตัดเสริมเข้าทางรักแร้ รอบหัวนม ใต้ราวนม หรือที่สะดือ?”

“คุณต้องการผ่าตัดเสริมใต้กล้ามเนื้อหรือเหนือกล้ามเนื้อ?”

เราไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลยว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้นสามารถทำได้หลายทาง เรารู้สึกขัดเขินนิดหน่อยในตอนแรก แต่เมื่อได้พบกับแพทย์แต่ละคน และศึกษาตามเวบไซต์ต่างๆแล้ว เราจึงค่อยๆเข้าใจว่าคำถามเหล่านั้นมันหมายความว่าอย่างไร ที่จริงแล้ว จากมุมมองของเราในตอนแรกที่คิดว่าการเสริมหน้าอกไม่น่าจะยุ่งยากและซับซ้อนนั้นก็เป็นสิ่งที่จริง เพียงแต่เราก็ต้องการที่จะมั่นใจ 100% ว่าการตัดสินใจในแต่ละขั้นหมายความว่าอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อกันอย่างไร

เช่นเดียวกับการซื้อรถ ที่จะมีสิ่งที่เป็นมาตรฐานแน่นอนและมีตัวเลือกบางอย่างให้เราเลือก แต่เราก็จะต้องทำความเข้าใจในทั้งสองอย่างนั้นเพื่อที่จะได้เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด ที่จริงแล้วเราเราพบว่าการตัดสินใจส่วนใหญ่ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ ยกเว้นอยู่อย่างเดียว

“ผมแนะนำถุงเต้านมเทียมแบบเรียบครับ” คุณหมอเทพพูดแนะนำ

“ผมแนะนำถุงเต้านมเทียมแบบผิวทรายครับ” คุณหมอกมลพูดแนะนำ

“ผมแนะนำแบบใหญ่ๆ เมย์!” (ผมลองพยายามเป็นครั้งสุดท้าย)

จากการไปพบหมอทั้ง 5 คนในกรุงเทพฯและการใช้เวลาค้าหาข้อมูลจากอินเตอร์เนทอย่างยาวนาน ปรากฏว่าการตัดสินใจที่ยากที่สุดสำหรับเราคือการเลือกระหว่างถุงเต้านมเทียมแบบผิวเรียบและถุงเต้านมเทียมแบบผิวทราย สำหรับตัวเลือกอื่นๆนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนตัว หรือเหมาะสมแก่สาวประเภทสอง และก็ไม่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจในด้านเทคนิคเพื่อตัดสินใจมากนัก

ตัวอย่างเช่น แพทย์ทุกท่านในกรุงเทพฯ แนะนำให้เลือกใช้ซิลิโคนในการเสริมหน้าอก ซึ่งหมายความว่าให้เราเลือกสสารที่อยู่ข้างในถุงเต้านมเทียมระหว่างซิลิโคนเหลวกับน้ำเกลือ ความเห็นโดยรวมนั้นแสดงให้เห็นว่าซิลิโคนให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติกว่าน้ำเกลือ และเมื่อพิจารณาความเสี่ยงแล้วนั้น ก็ไม่เคยปรากฏว่าเคยมีเหตุการณ์ที่ซิลิโคนรั่วไหล หรือกล่าวให้ถูกต้องคือ ไม่เคยมีการพิสูจน์ได้ว่าเคยมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น การโต้เถียงกันในเรื่องนี้ก็ยังคงมีต่อไปอย่างเป็นที่ยอมรับกัน แต่สำหรับเราแล้ว เราเลือกซิลิโคน

เช่นเดียวกันกับการเลือกสสารภายในถุงเต้านมเทียม คุณหมอทุกท่านแนะนำให้ผ่าตัดเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อสำหรับสาวประเภทสอง ซึ่งหมายถึงการเสริมถุงเต้านมเทียมเข้าไปในบริเวณใต้กล้ามเนื้อหน้าอก แต่สำหรับผู้หญิงแล้วนั้น แทบจะเป็นสากลเลยที่การเสริมหน้าอกควรที่จะเป็นการเสริมบริเวณเหนือกล้ามเนื้อแต่อยู่ใต้ต่อมน้ำนม เหตุผลนั้นก็เพราะร่างกายของเพศชายนั้นไม่มีไขมันที่บริเวณหน้าอกเพียงพอ ด้วยเหตุนี้เอง การผ่าตัดเสริมหน้าอกบริเวณเหนือกล้ามเนื้อสำหรับสาวประเภทสองนั้น จะทำให้เห็นเป็นรอยเค้าโครงของถุงเต้านมเทียมที่อยู่ใต้ผิวหนังอย่างชัดเจน การเสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อนั้นจะช่วยซ่อนถุงเสริมเต้านมเทียม ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ขั้นตอนการผ่าตัดนี้ จะต้องทำการตัดกล้ามเนื้อบางส่วนบริเวณด้านล่างของหน้าอก เพื่อสร้างเป็นช่องสำหรับใส่ถุงเสริมเต้านมเทียมลงไป อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้นั้นถือเป็นปกติ และไม่มีผลกระทบต่อความแข็งแรงและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมากนัก

แล้วเราก็เลือกการผ่าตัดเสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อ

สำหรับผู้ที่จะผ่าตัดเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อนั้น เราพบว่ามันสำคัญมากที่จะหาแพทย์ที่เคยมีประสบการณ์ผ่าตัดกับสาวประเภทสอง เนื่องจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกสำหรับสาวประเภทสองนั้นแตกต่างจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกสำหรับผู้หญิง แม้ว่าจะคล้ายกัน แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันเลยซะทีเดียว และเราต้องการคนที่มีประสบการณ์การผ่าตัดเสริมหน้าอกแบบใต้ผิวหนัง ที่ดูสวยงามให้กับสาวประเภทสอง เมื่อเทียบกับแพทย์ที่มีประสบการณ์การผ่าตัดเสริมหน้าอกแบบเหนือกล้ามเนื้ออย่างสวยงามให้กับผู้หญิงทั่วไป (สำหรับแพทย์บางท่านก็ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อให้กับผู้หญิงเช่นกัน)

ในส่วนของการผ่าตัดนั้น คุณหมอทุกท่านที่เราไปพบแนะนำให้เราผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยใช้วิธีการผ่าตัดเอาถุงเสริมเต้านมเทียมเข้าทางรักแร้ เนื่องจากจะทำให้เห็นแผลเป็นน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม เราก็มีเพื่อนที่เคยผ่าตัดทางรอบๆหัวนม และใต้ราวนม เราเห็นทั้งผลลัพธ์ที่ดีและผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดีในแต่ละกรณี แต่การผ่าตัดทางรักแร้นั้นให้ผลที่ดีมากกว่าวิธีอื่นๆ อาจเป็นเพราะบริเวณรักแร้นั้นเป็นบริเวณที่เป็นข้อพับอยู่แล้ว ทำให้แผลจากการผ่าตัดนั้นถูกซ่อนไปเองโดยธรรมชาติ

โครงร่างและรูปทรงของถุงเสริมเต้านมเทียมนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจด้านความงามของแต่ละคน แต่สาวประเภทสองส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ถุงเสริมเต้านมเทียมแบบกลางและทรงกลม ถุงเสริมเต้านมเทียมแบบสูงและสูงพิเศษนั้น มีไว้สำหรับรูปลักษณ์ที่เกินจริง ทำให้หน้าอกยื่นออกมามากกว่าปกติ (เหมือนมรกต มณีฉาย...) เรามีเพื่อนที่เสริมหน้าอกด้วยถุงแบบสูงพิเศษ ซึ่งมันก็ดูดี หรืออย่างน้อยผมก็คิดอย่างนั้น แต่เมย์ต้องการหน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติ ดังนั้นเราจึงเลือกถุงเสริมแบบกลาง สำหรับรูปทรงของถุงเสริมเต้านมเทียมนั้น รูปทรงหยดน้ำจะมีราคาแพงกว่าและมีความเสี่ยงสูงที่จะออกมาดูประหลาด หากมันหมุนเปลี่ยนตำแหน่งหลังจากการผ่าตัดแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะชอบถุงทรงหยดน้ำมากกว่า แต่เราก็ไม่อยากเสี่ยงที่จะต้องผ่าตัดเป็นครั้งที่สอง เพื่อแก้ไขการหมุนเปลี่ยนตำแหน่งของถุงทรงหยดน้ำ เราจึงเลือกถุงทรงกลมแทน

ขนาดอาจจะถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ และขึ้นอยู่กับความต้องการและขนาดร่างกายของผู้ที่จะรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก เนื่องจากการเสริมหน้าอกโดยทั่วไปนั้น จะดูเล็กลงประมาณ 20% หลังจากที่ได้รับการผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะเลือกเอาถุงเต้านมเทียมขนาดต่างๆ มาลองใส่ในยกทรงแล้วส่องกระจกดู ในกรณีของเรา คุณหมอแนะนำให้เรานำรูปที่เราคิดว่าอยากจะให้เมย์เป็นหลังจากที่ทำการผ่าตัด แล้วคุณหมอจะใช้ประสบการณ์ตัดสินใจเลือกขนาดของถุงเสริมเต้านมเทียมให้เรา (ผมแอบส่งรูปมรกต มณีฉายให้คุณหมอดู แต่มันไม่ได้ผล โธ่!)

อย่างไรก็ตาม เรื่องของผิวสัมผัสนั้น เป็นสิ่งที่แพทย์หลายๆท่านและบทความต่างๆบนอินเตอร์เนท ขัดแย้งกันเป็นอย่างมาก

แพทย์ 3 ท่าน แนะนำให้เราใช้ถุงเสริมหน้าอกแบบผิวทราย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ โดยถุงเต้านมเทียมแบบนี้นั้น จะมีพื้นผิวเป็นจุดเล็กๆบนพื้นผิวของถุง ทำให้ถุงเต้านมเทียมแบบนี้เกาะติดกับเนื้อเยื่อในร่างกาย ตามทฤษฎีแล้ว ถุงแบบผิวทรายนี้จะช่วยลดการหดตัวของพังผืดหดรัดเต้านม หรือลดการทำให้หน้าอกแข็งนานเกินไป ซึ่งเป็นผลจากการแข็งตัวของเนื้อเยื่อ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี

อย่างไรก็ตาม แพทย์อีก 2 ท่านกลับแนะนำให้เราใช้ถุงเสริมหน้าอกแบบผิวเรียบ บทความต่างๆจากินเตอร์เนทก็ชี้ให้เห็นว่า ถุงแบบผิวทรายนั้นทำให้ผิวหนังบริเวณที่ที่อยู่เหนือถุงเต้านมเทียมเกิดเป็นริ้วรอยเหมือนกระดาษเปียก นอกจากนี้ แพทย์บางท่านยังยอมรับอีกว่าถุงแบบผิวทรายนั้น ไม่ได้ช่วยลดการหดตัวของพังผืดหดรัดเต้านม เช่นเดียวกันกับบทความจากอินเตอร์เนท

สำหรับเราแล้ว ความจริงที่ว่าถุงแบบผิวทรายนั้นช่วยให้สามารถยึดติดกับเนื้อเยื่อ ทำให้เราคิดว่าการผ่าตัดเอาถุงผิวทรายออกในอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ลำบาก เราจึงเลือกที่จะใช้ถุงผิวเรียบแทน การตัดสินใจนี้ ส่งผลให้เราไม่เลือกใช้ถุงเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ เนื่องจากหนึ่งในวิธีป้องกันไม่ให้ถุงทรงหยดน้ำนี้หมุนเปลี่ยนตำแหน่ง คือการใช้ถุงที่เป็นผิวทรายเพื่อที่จะทำให้ถุงเต้านมเทียมยึดติดกับเนื้อเยื้อได้มากขึ้น เพื่อลดการหมุนเปลี่ยนตำแหน่งของถุงเสริมหน้าอก เราจึงเลือกที่จะใช้ถุงผิวเรียบ เป็นผลให้เราตัดสินใจที่จะไม่ใช้ถุงเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ อย่างไรก็ตามนั่นคือเหตุผลของผม

ในแง่ดีนั้น เราพบว่าคุณหมอส่วนใหญ่ยินดีที่จะให้คำปรึกษาและความคิดเห็นแก่เรา และยังยอมรับในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของเราอีกด้วย ท้ายที่สุดแล้ว เราพบว่าการค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนทนั้นเป็นประโชน์มาก แต่การได้พบและพูดคุยกับแพทย์ และถามคำถามต่างๆ นั้นจำเป็นต่อการตัดสินใจของเราเป็นอย่างมาก

แล้วผลของการตัดสินใจของเราสำหรับหน้าอกที่สมบูรณ์แบบของเมย์น่ะเหรอ? เมย์เลือกใช้ถุงเต้านมเทียมขนาด 320 cc. เป็นถุงซิลิโคนแบบเรียบ และใช้ถุงที่มีลักษณะแบบกลางที่เป็นทรงกลม โดยเลือกการผ่าตัดเสริมเข้าไปใต้กล้ามเนื้อ ด้วยวิธีการผ่าตัดเสริมเข้าทางรักแร้ สำหรับเมย์ ผู้ซึ่งมีรูปร่างเล็กและสูง 170 เซนติเมตรนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติมาก และที่สำคัญ มันทำให้มีสิ่งที่ทำให้สาวประเภทสองอย่างเธอค้นหามานาน - ร่องอกนั่นเอง!

ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้หน้าอกแบบมรกต มณีฉายมานอนด้วยทุกคืน หรือชื่นชมตอนไปเที่ยวทะเล แต่ที่จริงแล้วมันไม่ได้สำคัญเลย หน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติของเมย์นั้นก็ยอดเยี่ยมสำหรับผมแล้ว ผมชอบหน้าอกของเธอในแบบที่มันเป็น และก็ยังที่จะชอบมัน ถ้าหากว่าเธอจะไม่ได้เสริมหน้าอกเลยก็ตาม จริงๆนะครับ!

เสริมหน้าอกในราคา 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ : การผ่าตัดเสริมหน้าอกในประเทศไทย

“ฉันอยากมีหน้าอก” เมย์พูด

“อยากมีกี่ข้างล่ะ” ผมถามเธอ “หนึ่ง สอง หรือสามข้าง”

“ไม่ตลกเลยนะ ฉันอยากมีหน้าอกจริงๆ” เธอยืนกราน

“เอาเป็นพวกแผ่นเสริมยกทรงดีๆแทนได้ไหม” ผมพยายามบ่ายเบี่ยง

“ไม่เอา! ฉันอยากมีหน้าอกจริงๆ!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก
แล้วผมก็ต้องยอมเธอ หลังจากที่แผ่นเสริมยกทรงไม่ค่อยจะเข้ากับชุดบิกินี่ที่เธอใส่ว่ายน้ำที่ชายหาดในภูเก็ต ถึงแม้ว่าผมจะบอกเธอหลายครั้งแล้วว่า เธอเป็นคนที่สวยแม้จะไม่มีหน้าอกก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้สาวประเภทสองแบบเธอ หยุดคิดที่จะเสริมหน้าอกได้เลย ผมรู้ว่าถ้าหากผมไม่ให้เธอไปเสริมหน้าอก ทีวีจอแบนที่เราเพิ่งซื้อมาเมื่อปีที่แล้ว อาจถูกเธอนำไปขายเพื่อแลกกับการผ่าตัดเสริมหน้าอก ในระหว่างที่ผมไม่อยู่ แล้วผมก็ชอบทีวีเครื่องนี้ซะด้วยสิ

แล้วเราก็เริ่มการผจญภัย เป็นการผจญภัยเพื่อเสาะแสวงหาราคาที่เหมาะสม และแพทย์ศัลยกรรมที่มีชื่อเสียง ที่จะมาผ่าตัดเสริมหน้าอกให้กับเมย์ แฟนสาวประเภทสองของผม ผมตั้งใจที่จะค้นคว้ามันเป็นอย่างดี เพราะผมไม่ต้องการให้แฟนของผมกลับมา พร้อมกับมีหน้าอก 3 ข้าง แม้ว่าผมจะคิดว่ามันเจ๋งดีก็ตาม

โดยการค้นคว้านั้นจะต้องครอบคลุมแพทย์ในกรุงเทพฯ ที่ซึ่งเป็นบ้านของเราทั้งหมด 5 ท่านด้วยกัน เรารู้จักชื่อของแพทย์บางท่านจากเพื่อนๆของเรามาบ้างแล้ว และหาข้อมูลจากอินเตอร์เนทในส่วนของแพทย์ที่เป็นที่รู้จักดีในหมู่ชาวต่างชาติ เนื่องจากเราต้องการที่จะรอบคอบในเรื่องของรายละเอียด รู้ครอบคลุมถึงตัวเลือกต่างๆ และรู้สึกสบายใจเมื่อได้พบกับแพทย์ ผู้ซึ่งจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเมย์ตลอดไป

เราไปโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์เป็นแห่งแรก บำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงและแพงที่สุดในประเทศไทย และเป็นที่รู้จักดีสำหรับชาวต่างชาติ เราพบกับนายแพทย์อาทิ เครือวิทย์ ซึ่งทำงานอยู่ในแผนกศัลยกรรมตกแต่ง หลังจากที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการเสริมอวัยวะในแบบต่างๆไปบ้างแล้วนั้น คุณหมอก็อธิบายว่า “ราคาในการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้นขึ้นอยู่กับ ราคาของสิ่งที่เราเลือกในการเสริมหน้าอก ค่าธรรมเนียมแพทย์ และค่าบริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในโรงพยาบาล เช่น ห้องพัก โดยทั้งสามสิ่งนี้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา” จากที่คุณหมออธิบาย ราคาทั้งหมดประมาณ 80,000 บาท (2,200 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับสิ่งที่เราต้องการ

เมื่อเราถามถึงคุณภาพ ในรูปแบบของภาพถ่ายก่อนและหลังผ่าตัด คุณหมอตอบว่า “คุณจะต้องไว้วางใจในชื่อเสียงของผม ลองถามใครในประเทศไทยดูก็ได้” ผมจึงลองถามพนักงานที่ลานจอดรถตอนกำลังจะออกจากโรงพยาบาล แต่โชคไม่ดีนัก “จะบ้ารึเปล่า” เป็นสีหน้าที่พนักงานคนนั้นแสดงออกมา ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักถึงชื่อเสียงของแพทย์ท่านนี้ รวมทั้งเมย์กับผมด้วย

เราทำเครื่องหมาย “X” ไว้ในใบคะแนนสำหรับบำรุงราษฎร์ จากราคาและการที่จะต้อง “ไว้ใจ” ในตัวของแพทย์ท่านนี้

เราไปพบนายแพทย์เทพ เวชวิสิฐ ที่ประตูน้ำคลินิกเป็นที่ต่อไป คุณหมอท่านนี้เป็นที่รู้จักดี และมีชื่อเสียงในด้าน

คุณภาพ เชี่ยวชาญในด้านการทำให้หน้าอกนิ่มเหมือนธรรมชาติ และราคาก็ค่อนข้างถูก เพื่อนของเราหลายคนก็เคยไปใช้บริการจากคุณหมอท่านนี้

“ราคาจะอยู่ที่ 45,000 บาท (1,200 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็นราคาทั้งกับชาวไทยและชาวต่างชาติ” คุณหมอพูดด้วยความเรียบง่ายแต่ภูมิใจ ผมไม่ได้นึกถึงสิ่งที่คุณหมอเทพพูดมาก่อนเลย แต่สิ่งต่างๆในประเทศไทย รวมไปถึงอัตราค่าธรรมเนียมแพทย์ เมื่อเทียบกับชาวไทยแล้ว มักจะกลายเป็น 2 เท่าสำหรับชาวต่างชาติ อาจเป็นเพราะชาวต่างชาติต้องการความเอาใจใส่มากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีของผม ซึ่งน่าจะเป็นไปได้มากกว่าคือ ชาวต่างชาตินั้นรวยกว่าชาวไทย ผมจึงตระหนักได้ว่าราคาที่นายแพทย์อาทิ ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้บอกกับเรานั้น เป็นอัตราราคาสำหรับชาวต่างชาติ แต่ทุกคนที่ไปโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ก็เปรียบเสมือนเป็นชาวต่างชาติกันทุกคนอยู่แล้ว อย่างน้อยก็แง่ของการเสียค่าบริการ

“ผมมีรูปก่อนและหลังผ่าตัดอยู่หลายภาพ คุณลองดูที่รูปเหล่านี้ได้ครับ” คุณหมอพูดตอบในแง่ของคุณภาพมาตรฐานที่ผมถาม

เราลองดูรูปภาพเหล่านั้น มีทั้งรูปที่แสดงตัวอย่างที่ดีเยี่ยม แต่ก็มีรูปตัวอย่างที่ไม่ค่อยดีนักรวมอยู่ด้วย ส่วนตัวผมรู้สึกดีกับความเปิดกว้างของคุณหมอท่านนี้ เมื่อเทียบกับที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ผมคิดในใจที่จะพยายามส่งเสริมการตลาดในเรื่องการให้บริการด้านคำปรึกษาของคุณหมอท่านนี้ในอนาคต บางทีอาจจะเอารูปตัวอย่างที่ให้ผลไม่ค่อยดีนักออกไป

ราคาของคุณหมอเทพนั้น เป็นเกือบครึ่งหนึ่งของที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ส่วนใหญ่เป็นเพราะค่าธรรมเนียมแพทย์ของท่าน และคุณหมอก็ให้บริการผ่าตัดในคลินิกแห่งนี้ คลินิกของคุณหมอเทพนั้น ค่อนข้างเล็กและไม่เป็นระเบียบ ทำให้ราคาถูกอย่างเห็นได้ชัด และถึงแม้ว่าค่าบริการสิ่งอำนวยความสะดวกของคลินิกแห่งนี้จะถูกยิ่งกว่าถูก เหมือนอย่างที่ควรจะเป็น ค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งที่เราเลือกในการเสริมหน้าอกก็เท่ากับที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ผมเข้าใจภายหลังว่าราคานี้น่าจะเป็นราคามาตรฐานทั่วไปสำหรับทั้งโรงพยาบาลและคลินิก

เราทำเครื่องหมาย “?” ตรงช่องคุณหมอเทพ ในใบคะแนนของเรา เนื่องจากสภาพของคลินิก

จากข้อมูลพื้นฐานทั้งสองอย่าง คือโรงพยาบาลที่ราคาแพงที่สุด กับ คลินิกที่ถูกที่สุด เราไปพบแพทย์อีกสองท่านที่เสนอราคากลางๆ ในทั้งสองกรณี มีทั้งอัตราราคาสำหรับชาวต่างชาติและอัตราราคาสำหรับชาวไทย แต่พวกเขาเสนอราคาสำหรับชาวไทยให้กับเรา เนื่องจากเมย์เป็นคนไทย แต่ผมสงสัยว่าอาจมีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะผมรู้ว่าผมถูกมองเป็นเอทีเอ็มเคลื่อนที่ การที่ผมไปอยู่ที่นั่นด้วยคงช่วยเพิ่มราคาได้บ้างในบางส่วน

เราไปพบนายแพทย์เชษฐวุฒิ ดุลยพาณิชย์ ที่คลินิกเป็นคนสุดท้าย เห็นได้ชัดว่าคุณหมอท่านนี้มีความชำนาญด้านศัลยแพทย์สูง และค่อนข้างที่จะมีชื่อเสียงในอินเตอร์เนท อย่างน้อยก็กับชาวต่างชาติ เราคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนที่ดีที่สุด

เลยไปหาแพทย์ท่านนี้เป็นคนสุดท้าย เพราะคิดว่าอาจจะเลือกแพทย์ท่านนี้เป็นผู้ผ่าตัดเสริมหน้าอกให้เมย์

“ทั้งหมด 500 บาท (14 ดอลลาร์สหรัฐ) ครับ”

ผมรู้สึกตกใจนิดหน่อย เมื่อถูกขอให้จ่ายค่าปรึกษา เพราะเราอยู่ที่นั่นแค่ประมาณ 10 นาที ถามคำถามเดียวกับที่ถามกับแพทย์ทุกคนที่ไปพบมา และไม่มีใครซักคนที่คิดค่าปรึกษากับเรา

“หากคุณต้องการที่จะพูดคุยเพิ่มเติม คุณจะต้องตกลงใช้บริการของเราและเสียค่าใช้จ่าย” คุณหมอพูดต่อ

98,000 บาท (2,600 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็นราคาที่แพงที่สุดในบรรดาราคาของแพทย์ทุกคน และเราก็ไม่คิดที่จะใช้บริการจากแพทย์ที่ไม่แม้แต่จะตอบคำถามของเราทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญหรือไม่ก็ตาม

“ใช่ครับ ที่นี่จะแพงกว่าที่บำรุงราษฎร์” คุณหมอพูดด้วยความภูมิใจเมื่อผมกล่าวถึงข้อเท็จจริงข้อนี้

ณ จุดนี้ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณหมอท่านนี้ถึงยิ้มเมื่อได้พบกับเราและตลอดการพูดคุยสั้นๆของเรา เพราะเขารวยมากๆ

เราทำเครื่องหมาย “x” ไว้ในใบคะแนนของเรา

หลังจากการเสาะแสวงหา เราก็หาข้อสรุปได้ว่า ไม่มีเหตุผลเลยที่จะคิดว่า หมอที่แพงที่สุดจะต้องเป็นหมอที่ดีที่สุด คุณหมอเทพเป็นหมอที่เป็นมิตร เป็นคนดี และสามารถผ่าตัดเสริมหน้าอกให้ดูนิ่มเป็นธรรมชาติให้กับสาวประเภทสองหลายๆคนที่เรารู้จักได้อย่างไม่ต้องสงสัย คุณหมอท่านนี้ยังเป็นคนที่ซื่อสัตย์ และคิดอัตราค่าบริการเพียงแบบเดียวกับทุกคน ถือได้ว่าคุณหมอเป็นคนที่มีจริยธรรมสูง เมื่อเทียบกับหมอศัลยกรรมโดยทั่วไป ทุกสิ่งที่กล่าวมานี้ในราคาที่ถูกที่สุดจาก หมอ 5 คนที่เราไปพบ

อย่างไรก็ตาม เราตัดสินใจที่จะเลือกใช้บริการกับนายแพทย์กมล พันธุ์ศรีทุม จากศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งความงามนายแพทย์กมล เหตุผลมาจากการปัจจัยหลายๆอย่างด้วยกัน ข้อแรก คือเรารู้สึกสบายใจกับคุณหมอกมล ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเรา ข้อทีสอง คือเราต้องการที่จะทำการศัลยกรรมโดยใช้ยาสลบแบบทั่วไป ในโรงพยาบาล ซึ่งทำให้เราตัดตัวเลือกที่เป็นคลินิกออกไป และข้อสุดท้ายคือ เราชอบเจ้าหน้าที่ที่เป็นมิตรของที่นี่ และคลินิกที่สะอาดและเป็นระเบียบ สำหรับผู้ที่ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของราคา จากสิ่งที่เราเลือกในการเสริมหน้าอกและห้องพักในโรงพยาบาลที่เราเลือก รวมทั้งหมดราคา 68,000 บาท (1,800 ดอลลาร์สหรัฐ) อัตราค่าบริการแบบชาวไทย ผลที่ได้นั้นดีเยี่ยมและเราพอใจกับการตัดสินใจของเรา

สำหรับผู้ที่ต้องการจะเสริมหน้าอก เราขอแนะนำให้คุณคำนึงถึงอัตราค่าบริการระหว่างชาวต่างชาติและชาวไทย อย่าตัดความต้องการที่จะรู้สบายกับหมอของคุณ ทำความเข้าใจและเปรียบเทียบการวางยาสลบระหว่างโรงพยาบาลกับคลินิกทั่วไป และอย่าลืมที่จะบอกว่าคุณต้องการเสริมหน้าอกทั้งสองข้าง ไม่ใช่หนึ่งหรือสามข้าง และยังมีคลินิกที่ดีอีกหลายๆที่ในกรุงเทพฯ ที่เพื่อนของเราพูดถึง ที่เราทั้งสองคนยังไม่ได้ไป ดังนั้นอย่าคิดว่านี่คือรายชื่อที่แสดงให้เห็นถึงตัวเลือกของคุณทั้งหมด และอีกสิ่งหนึ่งคือ ราคานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้

สำหรับเมย์นั้น เธอมีความสุขและสบายใจมากขึ้นเมื่อได้ใส่ชุดบิกินี่ เดินเที่ยวเล่นบนชายหาดที่ภูเก็ต อย่างไรก็ตาม การผจญภัยครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้น...

“ซิกกี้ ฉันต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่แล้วล่ะ”